|
สามีภรรยาคู่หนึ่ง ทั้งสองเป็นผู้ที่แสวงหาพระเจ้า และมีความร้อนรนอย่างมาก ต่อมา เขาทั้งสองมีบุตรชาย และบุตรชายตายจากสองสามีภรรยาเมื่ออายุยังน้อย เขาทั้งสองเมื่อสูญเสียบุตรที่รักก็ไม่พอใจและกล่าวว่า "ตั้งแต่นี้ต่อไปเราจะไม่ปรนนิบัติพระเจ้าอีกต่อไป เพราะเราได้ปรนนิบัติพระองค์ด้วยความสัตย์ซื่อเช่นนี้ ไม่เพียงแต่พระองค์ไม่อวยพระพร ยังให้บุตรของเราเสียชีวิต" ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเลื่อนลอย ไม่แสวงหาความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ ต่อมาผู้เป็นสามีเดินทางไปอยู่ในป่า เขาเห็นคนเลี้ยงแกะกำลังนำฝูงแกะข้ามแม่น้ำไปยังอีกฝั่งที่มีทุ่งหญ้าที่เขียวสดและอุดมสมบูรณ์ สะพานข้ามลำน้ำเป็นเพียงสะพานเล็กและดูไม่แข็งแรง เนื่องจากแกะเป็นสัตว์ที่ขี้ขลาด และโง่เขลา การตีไล่แกะเท่าไร แกะก็ไม่ยอมเดินข้ามสะพาน เมื่อผู้แกะเห็นว่าหมดหนทางเช่นนั้น จึงอุ้มลูกแกะไว้แล้วเดินข้ามสะพานไปก่อน เมื่อแม่แกะเห็นลูกแกะข้ามไปแล้วด้วยความรักลูกแกะ จึงได้เสี่ยงอันตรายเดินข้ามสะพานไป และเมื่อแกะตัวอื่นเห็นเช่นนั้นก็เดินข้ามสะพานตามกันไปยังอีกฝั่งจนหมด ชายผู้เป็นสามีเห็นดังนั้น เขาก็พูดว่า "เพียงพอแล้ว" และตั้งแต่นั้นมาเขามีการฟื้นฟูขึ้นใหม่ ภายหลังเขาเป็นพยานว่า "เพราะเหตุพระเจ้าเกรงว่าข้าพเจ้าจะพเนจรอยู่ฝั่งแม่น้ำข้างนี้ ไม่ยอมที่จะข้ามแม่น้ำไปข้างโน้น พระองค์จึงได้ทรงนำบุตรน้อยของข้าพเจ้าไปก่อน ข้าพเจ้าก็เหมือนแกะโง่ตัวนั้น ซึ่งในที่สุดต่างก็ได้ข้ามไปฝั่งแม่น้ำข้างโน้น แล้วข้าพเจ้ายังจะยับยั้งโดยไม่มุ่งหน้าไปอีกหรือ ยน.2.24-25 "แต่พระเยซูมิได้ทรงวางพระทัยในคนเหล่านั้น เพราะพระองค์ทรงรู้จักมวลมนุษย์ และสำหรับพระองค์ไม่มีความจำเป็นที่จะมีพยานในเรื่องมนุษย์ ด้วยพระองค์เองทรงทราบว่าอะไรมีอยู่ในมนุษย์" เพื่อช่วยเหลือเราให้ได้รับชีวิตนิรันดร์ พระเจ้าอาจจะใช้วิธีที่เราโศกเศร้าบ้าง แต่เราจะไม่กลัว ไม่กังวล ด้วยการพรากสิ่งที่ถ่วงเราไว้ไปจากเราชั่วคราว
|